ในที่สุดก็ลงตอนสุดท้ายได้ซะทีนะครับ ก็มาถึงประเด็นสุดท้ายแล้ว คุณนักศึกษาต้นเรื่องก็เล่ามาว่า
 
วันสุดท้าย ผมได้ถามพระอาจารย์กวีว่ารู้จักสายธรรมกายอื่นๆ ไหมเพราะท่านบวชมาตั้งแต่ 7 ขวบ ตอนนี้สามสิบกว่า ท่านน่าจะทราบอะไรมาก

ท่านตอบว่า รู้จักสายที่ราชบุรี แต่ไม่เคยไป แต่เมื่อก่อนเคยมีพระหลายรูปไปมาหาสู่กัน แต่ท่านไม่เคยไป

ผมจึงถามถึงสายคุณลุงการุณย์ พระอาจารย์บอกว่า “สายนั้นถูกสอดละเอียดไปหมดแล้ว อย่าไปสนใจ” ส่วนพระรูปอื่นๆ ไม่มีรูปใดรู้จัก ต่างคนต่างมีใจเดียวกันที่หลวงพ่อธัมมชโยเท่านั้น
 
ถือว่าหลวงพี่กวียังโชคดีนะัครับ ที่มีหูตากว้างไกล ไม่ถึงขนาดว่าถูกท่านผู้ยิ่งใหญ่ในสามภพจับครอบในกะลาเสียทีเดียว ถ้าเป็นหลวงพี่ท่านอื่น ก็อยู่ในกะลาไปแล้วเรียบร้อย
 
ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างทางวัดพระธรรมกาย และวัดหลวงพ่อสดฯ ในระดับผู้บริหาร ก็มีความสัมพันธ์กันดีนะครับ มีหลักฐานปรากฏอยู่พอสมควรเหมือนกัน แต่พอวัดพระธรรมกายเริ่มทำตัวเป็นปัญหา ทางวัดหลวงพ่อสดฯ ก็ทำการลอยแพวัดพระธรรมกายทันที ไม่สนับสนุึนยังไม่พอ ยังประกาศตัวไม่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนอีกด้วย
 
หลังจากนั้นมา วัดหลวงพ่อสดฯ และวัดพระธรรมกาย ต่างคนก็ต่างอยู่ ซึ่งก็เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทางวัดหลวงพ่อสดฯ ก็ยังช่วยแก้ต่าง แต่เป็นการแก้ัต่างให้วิชชาธรรมกาย ให้หลวงพ่อวัดปากน้ำ มิได้แก้ต่างให้กับวัดพระธรรมกาย ซึ่งชาวธรรมกาย (ตัวจริง) โดยทั่วไป เห็นตำตาว่าสอนผิดพลาดจากรอยครูบาอาจารย์อยู่แล้ว ก็พร้อมใจกันลอยแพวัดพระธรรมกายอย่างสมบูรณ์ ไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไป
 
ซึ่งวัดพระธรรมกายก็มิได้ยี่หระอะไร I don't care ทำกิจกรรมของตัวเองต่อไป แม้ว่าจะโดนรุมด่า โดนลอยแพประมาณไหน แต่ก็ยังหน้าด้านทำต่อไป
 
แต่ในบรรดาชาวธรรมกายที่ลอยแพนั้น กลุ่มลูกศิษย์อาจารย์การุณย์ บุญมานุช ก็เป็นอีกกลุ่มที่ตรงกันข้ามกับวัดพระธรรมกาย ชนิดหน้ามือเป็นหลังตีน วัดพระธรรมกายปิดบังวิชชา หรือไม่มีจะให้ปิด แต่อาจารย์การุณย์กลับเปิดวิชชาแบบ Totally public ไม่เว้นแม้กระทั่งวิชชาชั้นสูง อย่างมรรคผลพิสดาร ที่ขนาดครูบาอาจารย์ยังต้องพิจารณากว่าจะให้ใคร แต่อาจารย์การุณย์สามารถเปิดได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร
 
ขนาดเรื่องวัดพระธรรมกาย ที่รู้ ๆ กันอยู่ แต่พูดดัง ๆ ไม่ได้ ก็ลูกศิษย์อาจารย์การุณย์นี่แหละครับ ที่กล้าประกาศเป็นเจ้าแรกว่าวัดนี้เสร็จภาคมารไปเรียบร้อยแล้ว จนท่านผู้ยิ่งใหญ่ฯ ต้องเพ่งเล็งเป็นกรณีพิเศษ (บอกตรง ๆ นะครับ เพราะร้อนตัว) แล้ว discredit ทั้งอาจารย์การุณย์และลูกศิษย์ว่า โดนมารสอดละเอียดไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน (ซึ่งเขาก็พูดถูกนะครับ ถ้ามองจากมุมมองของตัวเอง=ภาคดำ มารของภาคดำ=ภาคขาว)
 
แต่ก็ใช่ว่าวัดหลวงพ่อสดฯ จะไม่เคยโดนนะครับ ท่านผู้ยิ่งใหญ่ฯ เคยเป็นต้นตอในการกล่าวหาหลวงป๋าตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาสว่า ได้ธรรมะไม่จริง จำของเขามาพูด แต่หลังจากท่านบวช และมาเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดฯ แล้ว ท่านผู้ยิ่งใหญ่ฯ ก็ไม่กล้าทำอะไรทางวัดหลวงพ่อสดฯ เลย (คงรู้ตัวว่าสู้เขาไม่ได้ เลยเลิกด่า) แล้วไปโจมตีสายอาจารย์การุณย์แทน
 
ประเด็นนี้คงไม่ต้องสรุปอะไรมากครับ ท่านผู้ยิ่งใหญ่ฯ คงอยากกันไม่ให้ใครหนีออกไปอยู่สำนักอื่น ปิดปากคุณได้ ก็จะปิดปาก เดี๋ยวคุณรับฝาก ความรักจากใคร ปิดจมูกไม่ให้ได้กลิ่น ปิดหูไม่ให้ได้ยินเสียงใคร ถ้าปิดประตูห้องได้ดั่งใจ คงอยู่ข้างในสองคนกับคุณ Yaranaika? (ไม่เกี่ยวแล้วครับ ขอบคุณเฮียก็อต สำหรับเพลง "รักคุณยิ่งกว่าใคร" และคุณจุนอิชิ ยามากาวะ สำหรับประโยคตอนท้าย)
 
ตอนนี้ ก็เป็นตอนสุดท้ายแล้ว ก็ขอสรุปที่เขียนมาทั้งหมดสิบแปดตอน ว่าวัดพระธรรมกาย ภายใต้การบงการของท่านผู้ยิ่งใหญ่ในสามภพ หรือที่เราทราบชื่อกันอย่างดี คือสมีไชยบูลย์ มีความจั_ไรหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งการหลอกลวง ล่อลวง ตอแหล นาธานโอมาน บิดเบือน มั่ว นั่งเทียน คือเราคงเชื่ออะไรมันไม่ได้หรอกครับ
 
แต่ไอ้เรื่องดี ๆ ของสำนักนี้ ก็มีอยู่บ้างนะ ดูเหมือนดีก็จริง แต่ยังเหมือนมีอะไรเลว ๆ แอบแฝงอยู่ เวลาบอกว่าทำดี แล้วชอบ make ภาพที่ดูดีเกินความจริง ถ้าจะให้ผมเปรียบเทียบ ก็เหมือนผักที่ดูสด ดูเขียวเกิน เนื้อที่ดูแดง ๆ สวย ๆ ไม่รู้มีสารพิษหรือเปล่า (พูดตรง ๆ นะ) เหมือนท่านผู้ยิ่งใหญ่ฯ ยังติดเอาหน้าอยู่ ขนาดช่วงนี้น้ำท่วม คนเดือดร้อน ก็ยังไม่เว้น เห็นชื่อติดถุงยังชีพ ทำเหมือน ส.ส. บางคนเลย แต่ช่วยน้ำท่วมก็ดีแล้ว ช่วยให้บริสุทธิ์ใจจริง ๆ เถอะ ไม่ใช่ช่วยแบบกระตุ้นการขาย ช่วยแบบนายทุน
 
สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณอาจารย์ ดร. มนัส โกมลฑา เจ้าของ blog ที่ผมได้เอาข้อมูลจากตรงนี้มานำเสนอ และขอขอบคุณคนต้นเรื่อง ที่อุตส่าห์เปลืองตัวเข้าไปในวัดพระธรรมกาย และเก็บข้อมูลมาให้ผมได้ทำการตีแผ่และวิจารณ์ ขอบคุณจริง ๆ ครับ ก็ขอจบเพียงเท่านี้ครับ หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้ความหฤหรรษ์และสาระจากบทความชุดนี้ไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณครับ

Comment

Comment:

Tweet