วันวารหยาดเหงื่อพ่อพรั่ง
ไหลถั่งท่วมถิ่นดินสยาม
เป็นเหงื่อแก้วเพชรวาววาม
โลกหยามทรงชัยมิได้เลย
 
84 ปี แห่งพระชนมพรรษา และ 65 ปี ในสิริราชสมบัติ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงอุทิศพระชนม์ชีพ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
 
หยาดพระเสโทกี่ล้านหยด ที่รินรดไปบนแผ่นดิน เมื่อพระองค์ท่านทรงอุทิศพระวรกายเพื่อทรงงาน แม้ในถิ่นห่างไกลทุรกันดาร เป็นดั่งเพชรอันล้ำค้ำ ที่เมื่อปรากฏ ณ ที่ใด ที่นั้นก็ย่อมมั่งคั่ง รุ่งเรือง และเจริญด้วยสันติสุข
 
มิใช่แค่เพียงระยะเวลาอันสั้น แต่พระองค์ท่านทรงงานอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลา เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน แม้มิใช่ภาระของพระองค์ท่านโดยตรง แต่พระองค์ท่านก็ทรงรับเป็นดั่งพระราชภาระส่วนพระองค์
 
โลกจึงมิอาจเหยียดหยามพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ด้วยการกระทำอย่างแท้จริงพระองค์นี้ได้เลย
 
 
ยามร้อนพระดับยุคเข็ญ
ยามเย็นพระคุณยิ่งเผย
สร้างสุขเสริมชาติชนเชย
ใช่เฉยอย่างชนทั่วไป
 
ยามใดที่ชาติทุกข์เข็ญ พระองค์ท่านทรงดับยุคเข็ญของแผ่นดิน ด้วยพระเมตตาบารมีแผ่ไพศาล ดั่งมหาสมุทรที่อัคคีใด ๆ มิอาจดำรงสภาพอยู่
 
แต่ยามที่แผ่นดินร่มเย็น พระองค์ท่านก็มิได้นิ่งเฉย แต่ได้ทรงบำเพ็ญทานบารมีอันยิ่งใหญ่ แม้พระชนม์ชีพของพระองค์ ก็อาจสละได้ เพื่อประโยชน์สุขแห่งพสกนิกรบนแผ่นดิน
 
หม้อที่คว่ำ ย่อมไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่ฉันใด น้ำพระทัยของพระองค์ท่านก็ฉันนั้น พระองค์ท่านทรงเป็น "ผู้ให้" ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันบริสุทธิ์ ปราศจากเงื่อนไขและเหตุผูกมัดทุกประการ
 
แม้พระวรกายของพระองค์ท่าน จะไม่ยั่งยืนตราบนานเท่านาน แต่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน จะยังคงดำรงอยู่ ตราบเท่าที่ยังมี "ประเทศไทย"
 
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

Comment

Comment:

Tweet